Archive for January, 2008

วันพฤหัสน่ะ หลังจากที่ลองคุยดูกับหลาย ๆ คน (รู้สึกว่าเรื่องของเรานี่เดือดร้อนชาวบ้านหลายคนเหลือเกิน ฮ่า) เช่น พี่กิฟท์ รัน ๆ พาลาเมี้ยว(ผ่านรัน ๆ) น้องชายเรา พ่อเรา แล้วเราก็ได้ข้อสรุปว่า ไอ้ที่ว่าฮาร์ดดิสก์แล็บน่าจะมีปัญญากู้ได้น่ะ คงเพราะมันเอาของเราไปแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบใหม่ หรือไม่ก็แกะเอาชิ้นส่วนที่บรรจุข้อมูล ไปใส่กับอะไรสักอย่างที่ทำให้อ่านได้ แล้วก็กู้ข้อมูลออกมา น่าจะไม่ได้โม้ เพราะงั้นในเมื่อมีคนนึงทำได้ คนอื่นก็น่าจะทำได้เช่นกัน จึงควรจะไปหาที่ราคาถูก ๆ กว่านี้เสียก่อน เพราะสองหมื่นนี่มันแพงจนน้ำตาไหลพรากเกินไป ประกอบกับรัน ๆ บอกว่า งานที่จะเข้าฮาร์ดดิสก์แล็บน่ะ ไม่น่าจะกระจอกแบบนี้ เพราะของเราเป็นงานประเภทที่ค่อนข้างตื้นและ”หมู” มันไม่ควรจะต้องจ่ายถึง 20,000 บาท!

สรุปว่าข้อมูลจากรัน ๆ คือ ที่ศูนย์ DCOM สามารถทำได้ ในราคาพันสอง แต่เนื่องจากเครื่องเราและฮาร์ดดิสก์ของเราไม่ได้ประกัน DCOM ก็เลยต้องไปหาที่อื่น รัน ๆ ก็หาข้อมูลไปเรื่อย จนเจอที่มีคนบอกว่า ที่ pantip มีร้านที่ทำได้ ราคาไม่เกิน 2,000 เราก็เลยใจชื้นขึ้นมา

พอวันศุกร์ พวกเรา คือเรา น้องชาย พี่สาว พี่เขย หลาน ๆ รวมทั้งลูกพี่ลูกน้องที่มาจากเชียงราย นัดรวมพลกันไปทำวีซ่า แล้วขากลับน้องเราแวะไปดูการ์ดจอที่พันธุ์ทิพย์ เราก็เลยฝากฮาร์ดดิสก์ของเราไป ส่วนเราไปเดินช็อปปิ้งกับทุกคนที่เหลือ ตกบ่ายรัน ๆ โทรมา บอกว่าพาลาเมี้ยวบอกว่ามีศูนย์รับกู้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ อยู่บนถนนสุขุมวิท (เราจำชื่อศูนย์และเลขซอยไม่ได้) เราก็เลยคิดว่า อืม ถ้าที่ pantip ล้มเหลว ก็จะไปลองที่นั่นดู แต่ตอนนั้นวุ่นมากเพราะเลี้ยงหลานที่ซนเป็นลิงถึงสองคน แล้วไหนจะมองหาซื้อเสื้อผ้าของตัวเองอีก แล้วยังถือของพะรุงพะรัง มิหนำซ้ำน้ำมูกก็ไหลไม่หยุด บวกกับจามทุก ๆ 1 นาที ก็เลยบอกรัน ๆ ไปว่าแล้วจะโทรถามรายละเอียดอีกทีหลัง

แต่สรุปว่าก็ไม่ได้โทรถาม เพราะน้องชายโทรมาบอกว่าส่ง HDD ของเราเข้าร้านแล้วเรียบร้อย ประกอบกับกลับบ้านมาในสภาพงอมพระรามมาก ๆ ต้องรีบกินยาแล้วนอนซมในทันใด… แล้วก็นอน(นั่ง)แซ่วอยู่แบบนั้นตั้ง 2-3 วัน

เฮ่อ..

(ยังมีต่อ (อีก))

ป.ล. เพิ่มเติมทีหลัง… นี่คือเว็บไซต์ของศูนย์รับกู้ข้อมูลที่สุขุมวิท >> Computer Union เผื่อใครสนใจจะดูไว้ ถ้าจำเป็นต้องใช้จะได้ไม่ต้องวิ่งหาไกล เหอ ๆ

.

.

English Summary :

Friday, we (my brother and I) went out to run an errand about Visa with our cousin, our sister, our brother-in-law, and our nieces. After that was done, my bro went to Pantip Plaza to buy a new VGA card, so I entrusted my HDD to him and he went searching for the recovery shop for me. In the afternoon Zirius phoned me and said that Palameaw suggested a Data Recovery Center on Sukhumvit road (Computer Union) but since I had my hands full and was busy shopping, taking care of the kids, and also sneezing and taking care of my runny nose, I told him I would call him backfor more information. But when I got home I had to take a tablet and go to bed immediately…. Plus, my bro got a place that agreed to recover my data, so I hadn’t phoned him about my HDD ever since.

วันพฤหัสเราก็เลยไปรบกวนพี่กิฟท์(คุม่า)ตั้งแต่เช้า เพราะมีนัดกันไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เราก็เปลี่ยนแผนนิดหน่อย ย้ายจุดหมายไปที่ฟอร์จูนแทน เพราะมีศูนย์ ASUS อยู่ที่นั่นด้วย

มาคิดดูตอนนี้ก็น่าสงสาร…. พี่กิฟท์คงหนักใจและงุนงง ว่าอีนี่ทำไมต้องมาร้องไห้ใส่กู (ฮา) ก็แหม มันเครียดสะสมมานาน แล้วก็คิดมาก (ในหลาย ๆ เรื่อง) พอที่รักเปิดโอกาสให้อ้อน ทำนบน้ำตามันก็แตกสิ กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้ร้องไห้โฮ ๆ แบบนี้? อืม คงประมาณ 3 ปีมั้ง นับตั้งแต่ตอนที่ร้องไห้เพราะได้รู้ข่าวการจากไปของอริสานั่นแหละ…

เอาเป็นว่าถ่อร่างไปถึงฟอร์จูน คลำแผนที่ของห้าง ลงไปถึงชั้นใต้ดิน…. แล้วภาพฝันที่จินตนาการไว้ก็พังทลายลง คือเราวาดภาพแบบคิดเองเออเองน่ะ ว่าศูนย์บริการของ ASUS จะต้องหรูหราอลังการ ติดแอร์ทั้งห้อง มีห้องรับรองที่โออ่าเหมือนธนาคารใหญ่ ๆ แล้วพอเราเข้าไป ก็จะได้นั่งที่เก้าอี้สำนักงานชั้นดี ตรงโต๊ะทำงานของฝ่ายรับเรื่อง ไม่ก็ฝ่ายเทคนิคหนุ่มรูปหล่อ (อันนี้ไม่เกี่ยว แต่ก็คิดไปงั้นแหละ) ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และฟังเรื่องพิรี้พิไรของลูกค้าด้วยความเข้าใจและอดทน แล้วเราก็จะได้คร่ำครวญกับเขาได้ว่า พี่คะ! ข้อมูลในนี้สำคัญมาก ๆ เลย พอจะหาวิธีเอาคืนมาได้มั้ยคะ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหนูก็ยอมค่ะ ขอแค่เอาข้อมูลเก่าคืนมาได้เท่านั้น…. ฮาร์ดดิสก์ใหม่หนูก็ไม่สน ฮือ ๆ ๆ แล้วคุณพี่หนุ่ม ๆ ก็จะปลอบใจเราพร้อมรอยยิ้มที่ให้กำลังใจ และสายตาที่มุ่งมั่นและมั่นใจ พลางตอบว่า ได้ครับ เราจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อกู้ข้อมูลของคุณกลับมา แม้จะได้ไม่หมดก็ตามที

ความจริงน่ะเหรอ… เหอะ ๆ ก็มีโต๊ะหรอกนะ แต่เป็นโต๊ะสำนักงานแบบว่ามีพนักงานต้อนรับหญิง 3 คนนั่งเรียงกัน แล้วศูนย์ก็เล็กอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนั้นยังไม่มีบรรยากาศชวนอุ่นใจเลย ฮือ…. พอเราเดินเข้าไป คุณพี่สาวสวยก็ยิ้มหวานแล้วถามขึ้น…

“สวัสดีค่ะ มีเรื่องอะไรให้รับใช้เหรอคะ”
“คอม…พังค่ะ” ตอบไปอย่างเอ๋อ ๆ เพราะกำลังงงที่ความจริงไม่เหมือนภาพฝัน
“อาการเป็นไงคะ”
“ฮาร์ดดิสก์…..ไม่อ่านค่ะ” เอ๋อเช่นเดิม…

แล้วคุณเธอก็ขยับเข้ามาคุยใกล้ ๆ เรา แล้วก็ทำท่าจะอธิบายเรื่องการรับเครื่องเข้าศูนย์ล่ะมั้ง แต่เราถามแทรกขึ้นก่อน เพราะห่วงข้อมูลในเครื่อง

“ข้อมูลข้างในฮาร์ดดิสก์สำคัญมากน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะเอากลับมาได้หรือเปล่า”
“อ๋อ ทางเราไม่มีนโยบายรับกู้ข้อมูลให้ลูกค้าน่ะค่ะ”
“แล้วถ้าจะขอเก็บฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าไว้จะได้มั้ยคะ” เผื่อเอาไปให้ร้านอื่นช่วย…
“ไม่ได้ค่ะ เราจะต้องรับเครื่องไว้แล้วก็เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่ให้น่ะค่ะ”
“เอ่อ แล้วถ้าไม่ขอเปลี่ยน แต่ขอให้ซ่อมหรือกู้ข้อมูลจะได้มั้ยคะ”
“ทางเราไม่มีบริการกู้ข้อมูลให้น่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เปลี่ยนได้อย่างเดียวค่ะ”
“งั้นถ้าส่งเครื่องเข้าศูนย์ตอนนี้ ก็แสดงว่าจะไม่ได้ข้อมูลคืนแน่ ๆ ใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ แนะนำว่าให้คุณทำการแบ็คอัพข้อมูลทั้งหมดไว้ก่อนแล้วค่อยนำเครื่องมาส่งที่ศูนย์นะคะ”

ก็….ก็….ก็ฮาร์ดดิสก์มันไม่อ่านอ้ะ แล้วจะให้ฉันแบ็คอัพยังงายยยยยยยย แง้!!!

สรุปว่าเราก็เลยพากันเดินออกจากศูนย์ของ ASUS อย่างต๊อแต๊

พอเล่าให้พี่กิฟท์ฟังว่า มีทางเลือกสุดท้าย คือยอมจ่ายสองหมื่น ถ้าหาวิธีอื่นไม่เจอ พี่กิฟท์ทำตาโต โวยว่าทำไมมันแพงนัก เว่อร์เกินไปแล้ว! แล้วก็เลยโทรศัพท์หาป๋า (หมายถึงป๋าnikumaru ไม่ใช่คุณพ่อเด้อ!)เพื่อสอบถามเรื่องการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ป๋าเขาก็ช่วยเหลือเต็มที่ ทำแม้แต่โทรไปถามศูนย์ ASUS อีกที่หนึ่ง (ถ.พระราม 4) ว่ามีบริการกู้ข้อมูลให้มั้ย (คำตอบคือไม่ เช่นกัน) และทำไมถึงไม่รับ เค้าก็ตอบมาประมาณว่า เมื่อก่อนเคยกู้ข้อมูลให้ลูกค้าแล้วกู้ไม่สำเร็จ โดนฟ้องเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต (สงสัยจะเสียเงินไปเพียบด้วย?)

เอิกกกกกกกกกก

ความคิดวูบแรกก็คือ…. ทำไมอ้ะ! ก็เราไม่รู้จะพึ่งใครแล้วนี่ ทำไมไม่หาวิธีอื่นที่ไม่ใช่งดกู้ข้อมูลโดยสิ้นเชิงอ่ะ จะให้เราเซ็นสัญญาว่าจะไม่ฟ้องร้องเค้าถ้ากู้ข้อมูลไม่สำเร็จ เท่านี้ก็น่าจะได้แล้วนี่….

แต่ก็นะ…ได้แค่คิด ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

พอตกเย็นก็ได้เจอกับป๋า (ซึ่งมีนัดเอาแผ่นเกมมาให้พี่กิฟท์) ที่พารากอน ป๋าก็ให้แผ่นโปรแกรมกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์มา เป็นโปรแกรมที่ป๋าเคยใช้กู้ข้อมูลให้พี่กิฟท์เมื่อนานมาแล้ว (ตอนนั้นเป็นแบดเซ็คเตอร์ แล้วก็หัวอ่านเสื่อมมั้ง ได้ข้อมูลคืนมาบ้าง แต่ไม่ครบ) แล้วป๋าก็บอกเราว่า ลองเอานี่ไปใช้ดูก่อน อาจจะมีหวัง อืม เรื่องยาวตัดให้สั้น สรุปว่าใช้ไม่ได้ เพราะเครื่องน้องเราที่เราเอาฮาร์ดดิสก์ไปเชื่อมต่อน่ะ มันมองไม่เห็นฮาร์ดดิสก์ของเราเลยโดยสิ้นเชิง

เป็นอันว่าหมดหวังไปอีกหนึ่งทาง…

อ้อ แล้วก็ระหว่างที่พยายามใช้โปรแกรมของป๋าผ่านเครื่องน้องชาย เข้ามาอ่านข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ของเรา เราก็เล่าให้พ่อฟัง เรื่องที่เขาไม่ยอมกู้ข้อมูลให้เพราะเคยโดนฟ้อง พ่อเราก็พูดเหมือนเราเลยว่า โถ่ เซ็นสัญญาก่อนรับเรื่องแค่แกร๊กเดียวก็ไม่มีปัญหาแล้ว แล้วก็ยังบ่นด้วยว่าลูกค้าอะไรเนี่ยช่างเอาแต่ใจซะจริง ๆ ก็เหตุที่ต้องบากหน้าเอาไปให้เค้ากู้ข้อมูลเนี่ย มันเพราะหมดสิ้นหนทางแล้วไม่ใช่หรือไง คือถ้าไม่ทำก็ไม่ได้คืนแน่ ๆ แต่ถ้าลองทำดู อาจจะได้คืนมา (แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะได้คืน) เพราะงั้นถึงจะไม่ได้คืนก็ไม่น่าจะเป็นความผิดของศูนย์

เห็นด้วยยยยยยยยยย!!!

เพราะไอ้ลูกค้าเห็นแก่ตัวนั่นแท้ ๆ ที่ทำให้คนเดือดร้อนคนอื่น ๆ (โดยเฉพาะเรา) พลอยโดนหางเลขไปด้วย คือเขาไม่รับช่วยเหลือในด้านนี้เลย… แง่ง!

(ยังมีต่อ)

.

.

English Summary :

On Thursday my boyfriend took me to Fortune Town (a shopping center, it seemed) to look for ASUS Service Center. We finally found it on the B1 floor. The place was smaller and less “warm” than I had dreamt, LOL. Long story short, the lady at the counter said that they don’t recover data for customer, and suggested that I should backup all my files before submitting my laptop for a claim. Well…. since I really don’t want to lose anything in my HDD, I left without leaving my laptop. I mentioned the shop that talked about 20,000 baht method, and my boyfriend disapproved about it. He phoned nikumaru-san and told him about that. He said there should still be a way to recover the data. So nikumaru-san came to meet us at Paragon and gave me a CD with data recovery program.

When I came back home and connected my notebook’s HDD to my brother’s computer and used the program, it couldn’t detect my HDD (well, it’s completely unreadable it seemes.) So our last FREE method failed and I decided, from many people’s ideas and suggestions, to try Pantip Plaza. Zirius said there should be many stores that can recover it while charging not more than 2,000 baht.

—-

F.Y.I. The place I finally went to try to have my HDD recovered was Computer Union which is located on Sukhumvit Road, Bangkok.

ซึ่งไอ้เสียงแห่งความหายนะที่ว่านั่นก็คือ เสียง “แกรก แกรก แกร่ก แกร่ก แก๊ก ๆ ๆ” ซึ่งดังออกมาจากเครื่องโน้ตบุ๊ค ทางฝั่งที่ไม่ใช่ด้านที่เป็นซีดีรอม…

เอาล่ะสิ… (คิดในใจ ด้วยอาการเหงื่อแตกพลั่ก ๆ)

สรุปว่าวันพุธนั้นน้องชายต้องขับรถพาเราออกไปถึงสองรอบ รอบแรกเพื่อไปซีคอน ซื้อแผ่นโปรแกรม รอบที่สองเพื่อไปเสรีฯ เอาเครื่องไปให้ที่ร้านที่เราซื้อมันมา ลองเช็คให้ แต่เค้าก็ได้แค่เปิดเครื่อง ฟังเสียง แล้วก็บอกเราด้วยสีหน้าสิ้นหวังว่า “ฮาร์ดดิสก์พังแล้วครับ” อ้อ ไม่สิ เค้ายังเช็คประกันให้ด้วยว่าเครื่องของเรายังอยู่ในระยะประกัน แล้วก็ติดสติ๊กเกอร์รับประกันให้ (น่าจะมีเหตุผลบางอย่างทำให้ตอนที่ซื้อไปลืมติด) โชคดีที่เค้าใช้ระบบบาร์โค้ดเก็บข้อมูลการซื้อขายไว้ เราก็เลยยังสามารถเคลมสินค้าได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใบเสร็จ เพราะยังอยู่ในระยะประกัน (แต่อีกเดือนเดียวจะหมดระยะแล้ว!)

แต่… จะบอกว่าไอ้ที่ทำให้เรากระวนกระวายน่ะ ไม่ใช่เรื่องคอมพังหรอก มันคือข้อมูลที่สำคัญอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของเราต่างหาก… แน่นอนว่าไฟล์งานทั้งหลายก็สำคัญอยู่ แต่งานน่ะจะทำอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ไอ้ที่ห่วงคือไฟล์นิยายและไฟล์ที่ใช้ทำเว็บต่างหาก… แต่ของพวกนั้นถ้ามีความขยันและมีแรงบันดาลใจเหมือนเดิม ก็จะทำขึ้นมาใหม่ได้ แม้จะไม่ค่อยเหมือนเดิมแต่ก็คงจะคล้าย ๆ ล่ะน่า ไอ้ที่ทำให้น้ำตาตกเนี่ยสิ คือไฟล์รูปถ่ายดิจิตอลทั้งหลายทั้งที่ถ่ายในระยะเวลา 2 ปีมานี้ และรูปเก่า ๆ ที่เราเอาใาใส่ไว้ในเครื่อง…. คือถึงความทรงจำจะยังมีอยู่ แต่รูปถ่ายมันก็ไม่เหมือนของที่เสกสรรค์ขึ้นด้วยจินตนาการและความสามารถของเรา มันคือภาพที่บรรจุช่วงเวลานั้น ๆ ณ สถานที่นั้น ๆ เอาไว้ ซึ่งไม่สามารถจะทำซ้ำขึ้นมาได้เมื่อเวลาผ่านพ้นไปแล้ว

น้องชายเราก็คงเข้าใจ ว่าข้อมูลในฮาร์ดดิสก์น่ะสำคัญสำหรับจิตใจเรามากกว่าตัวฮาร์ดดิสก์เองหลายเท่านัก ก็เลยถามพนักงานคนนั้นว่า แล้วข้อมูลที่อยู่ในนี้ล่ะ สำคัญมาก ๆ เลย ไม่มีวิธีเอาคืนมาเลยเหรอ เค้าก็เลยบอกว่าให้ลองไปดูอีกร้านหนึ่งก็แล้วกัน เป็นร้านรับกู้ข้อมูลคืน เราก็เลยลองไปดู ช่างที่ร้านนั้นก็แกะฮาร์ดดิสก์ออกไปเสียบดู…แล้วก็คงส่ายหน้า (เพราะตอนนั้นเราเดินหนีออกจากร้านอ่ะ แบบว่าไม่อยากรอลุ้นคำตอบ มันกลัว) แต่ก็บอกกับน้องเรามาว่า พอจะทำได้ถ้ามีเงินประมาณสองหมื่น เพราะจะส่งเข้าฮาร์ดดิสก์แล็บ

แม่เจ้า! สองหมื่น!! ถ้าฉันมีเงินมากขนาดจะมาควักจ่ายง่าย ๆ อาจจะยอมจ่ายไปแล้ว แม้จะต้องกัดฟันกรอด ๆ ก็ตาม เพราะข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่ประเมินค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ สำหรับคนที่อับจนหนทาง ไร้สิ้นซึ่งความหวัง การจ่ายเงินมากถึงสองหมื่นอาจจะเป็นราคาที่เหมือนพ่อพระมาโปรดด้วยซ้ำ… แต่เรา (ซึ่งแกลบสนิท) ก็ยังฝากความหวังไว้ที่ศูนย์บริการของ ASUS อยู่ ตอนนั้นก็เลยแค่น้ำตาปริ่ม ๆ แล้วเดินตามน้องชายต้อย ๆ ออกไปที่รถ

คืนนั้นเราแอบกระซิบถามแม่ว่า ถ้าลองทุกทางแล้วไม่สำเร็จ จะขอยืมเงินแม่สองหมื่น มากู้เอาข้อมูลเก่าคืน แล้วค่อยทำงานใช้คืนนะ แม่ก็คิดหนัก แล้วก็บอกว่า ได้…. เรามารู็เอาตอนรุ่งเช้าอีกวันว่าพ่อรู้เข้าแล้วโกรธใหญ่ ว่าทำไมมันแพงนัก แต่ก็โวยได้แค่แป๊บเดียวเพราะแม่บอกว่าลูกแค่มอง ๆ ไว้เท่านั้น ยังไม่ได้จ่ายไป

(ยังมีต่อ)

.

.

English Summary :

Since my HDD is apprarently broken, I have to go to the shop where I bought my laptop. They checked it briefly and said “Harddisk is broken.” and when I ask, they said it’s impossible to repair the piece or recover the data inside it. They checked my warranty expiration and said I could still go to ASUS Center and claim a new HDD. But I don’t want to lose the data so we tried the next door shop, which is data recovery shop. The guy said he couldn’t recover my data but if we have 20,000 baht, he can send my HDD to Harddisk Lab and they MIGHT be able to do so. Well, since I don’t have that much money to spend, we decided to place our hope on ASUS Center.

—-

F.Y.I. The place I finally went to try to have my HDD recovered was Computer Union which is located on Sukhumvit Road, Bangkok.

ต่อไปนี้คือการเขียนย้อนหลัง…. ขณะที่เล่าเรื่องนี้คือวันที่ 5 ก.พ. แต่เหตุเกิดเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน ตามวันที่ที่ลงใน blog นี้แหละ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า Laptop Computer ของเราสิ้นชีพเสียแล้ว แต่ตอนแรกที่โน้ตบุ๊คทำท่าว่าจะเสีย มันคงเสียแค่ที่ซอฟ์ทแวร์เท่านั้น เพราะอาการคือบู๊ตวินโดวส์ได้ช้ามาก ๆ โหลดนานสุด ๆ แถมพอเข้าไปถึงวินโดวส์แล้วไม่มีอะไรเลย นอกจาก Wallpaper… วอลเปเปอร์เท่านั้นจริง ๆ เห็นหน้าวิลเบอร์เสนอหน้ายิ้มแย้มอยู่เต็มหน้าจอเลยทีเดียว เราก็เลยลน และพยายามหาทางแก้ ด้วยการลองลงวินโดวส์ใหม่ แต่การพยายามอินสตอลวินโดวส์ทับลงไปใหม่ ด้วยความเสียดายข้อมูลและหวังว่าลงแล้วจะลักไก่เอาข้อมูลคืนมาได้ ก่อนที่จะต้องฟอร์แมทหรือทำอย่างอื่น กลับทำให้ฮาร์ดดิสก์รับภาระหนักมาก (ก็แหม หมุน โหลด แถมยังรีสตาร์ทเครื่องบ่อย ๆ ถี่ ๆ ขนาดนั้น จะเดี้ยงก็ไม่แปลก ตัวเองทำตัวเองแท้ ๆ เลย - ตอนหลังน้องเราว่ามางี้น่ะ) ไอ้ความดันทุรังไม่เข้าท่าของเรา ที่ไม่ยอมแพ้หรือล้มเลิกอะไร ทั้ง ๆ ที่ตัวเองแก้ไขอะไรไม่ได้เนี่ยแหละ ที่ก่อเรื่องขึ้น…

ก็ตอนแรกแผ่นซีดีที่น้องเราให้มา สำหรับลงโปรแกรมวินโดวส์ มันทำท่าว่าอ่านได้ไม่สมบูรณ์ เพราะแผ่นมันมีรอย ทำให้อินสตอลไม่สำเร็จซะที แต่แทนที่เราจะหยุดอยู่เฉย ๆ สักหนึ่งวัน เพื่อรอไปซื้อแผ่นใหม่ในวันรุ่งขึ้น กลับพยายามอินสตอลแล้วอินสตอลอีก เครื่องเลยต้องรีสตาร์ทมากเกินจำเป็น พอถึงวันต่อมาที่ได้แผ่นใหม่แล้ว เปิดเครื่องปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงแห่งความหายนะ…

(มีต่อ)

.

.

English summary (because I’m being lazy ><;;) :

I’ve just lost the Harddisk of my laptop computer, due to my own stupidity. I tried to install Windows on it because it seemed windows software was broken. But my HDD suffered from resetting, restarting, and reading too much data during the process and it crashed, stopped working.

-- *DISCLAIMERS*

-- “All trademarks or registered trademarks are the property of their respective owners.”

-- (c) 2002-2006 SQUARE ENIX CO., LTD. All Rights Reserved.
-- Title Design by Yoshitaka Amano.
-- FINAL FANTASY, TETRA MASTER and VANA’DIEL are registered trademarks of Square Enix Co., Ltd.
-- SQUARE ENIX, PLAYONLINE and the PlayOnline logo are trademarks of Square Enix Co., Ltd.