ถ้าบอกเพื่อน เพื่อนคงวิจารณ์ว่า “องค์ลง” แหง ๆ เพราะฝันได้ระเบิดเถิดเทิงมาก…. แต่ไม่รู้ไปเก็บพล็อตมาจากที่ไหนบ้างเหมือนกันนะ เพราะระหว่างที่ฝันน่ะ ก็รู้สึกเหมือนดูหนังหรืออ่านนิยายอะไรอยู่ =_= เพราะงั้นที่จริงแล้วอาจจะไปเก็บนู่นเก็บนี่มาจากที่ไหน แล้วเอามายำกันในฝันก็เป็นได้
แต่กำลังคิดว่า ถ้าลองคิดดูดี ๆ หรือหาดูดี ๆ แล้ว พบว่ามันไม่ได้เป็น “อิทธิพลตรง” มาจากเรื่องอื่นของใคร จะเอามาใช้เป็นวัตถุดิบซะเลย ฮี่ ๆ ๆ
————
เรื่องมันเริ่มที่ริมถนน หน้าคอนวีเนียนสโตร์แห่งหนึ่ง
ฟุตบาธกว้าง ดูเป็นแหล่งธุรกิจ….
การจราจรติดขัด บ่งบอกถึงช่วง rush hour ของวัน
ดูจากถนนที่คนเดินพลุกพล่าน และสภาพโดยรอบแล้ว เป็นเวลาเช้า….
นักสืบ(หรือ FBI)สาวคนหนึ่งขับรถเลียบฟุตบาธ ไขกระจกลง พยายามพูดคุยกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนพิงเสาสูบบุหรี่อยู่
เขาแต่งกายภูมิฐาน ใส่ชุดสูททับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ผูกเน็คไทเรียบร้อย และสวมเสื้อโค้ตยาวสีน้ำตาลอ่อนไว้อีกชั้น เราไม่รู้ว่า FBI สาว(เอางี้ไปก่อน)เธอพูดอะไร แต่ดูท่าทางเคร่งเครียดมาก กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่แยแส เขาอัดบุหรี่เฮือกสุดท้าย ก่อนจะขยี้ก้มบุหรี่ลงในถาดแบบมีขาตั้งแถว ๆ นั้น แล้วเดินออกไป
เธอพยายามขับรถตาม แต่ถนนที่คับคั่งทำให้ได้ฮึดฮัดอย่างหัวเสียสุดขีดอยู่ในรถ
ส่วนเขา…. ขณะที่กำลังสาวเท้าก้าวยาว ๆ ไปเบื้องหน้า ก็ได้ยินเสียงปืนดังกราดขึ้น
ในใจรู้ได้ทันทีว่ามือปืนที่หมายหัวเขามาถึงแล้ว!
เงยหน้าขึ้นไปในระยะไกล มีชายคนหนึ่งยืนอยู่บนหลังคาอาคารเตี้ย กำลังยิงมาทางนี้อย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะถูกลูกหลง หนุ่มเร็กเก้คนหนึ่งที่ขวางอยู่ด้านหน้าเขาล้มกลิ้งลงไป
ชายหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิดแล้วออกวิ่ง….ตรงไปข้างหน้า
สิ่งที่หญิงสาวซึ่งได้ยินเสียงปืนแล้วตัดสินใจขับรถปีนฟุตบาธมา(โดยไม่สนใจว่าคนเดินถนนจะแตกตื่นแค่ไหน)ได้เห็นเต็ม ๆ ตาก็คือ ภาพของเขาที่ถูกยิงทะลุอก เลือดกระเซ็นเป็นสายออกกลางหลังตามแนววิถีกระสุนทั้งสามนัด ร่างครึ่งบนของเขาผงะหงายในขณะที่เข่าทรุดลงข้างหน้าเหมือนภาพสโลว์โมชั่น
ภาพตัดไป…. ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมคนหนึ่งตบโต๊ะ อาละวาดอยู่กลางห้องประชุมคดี เขาคือสารวัตร หรือไม่ก็หัวหน้า FBI ล่ะมั้ง
“เยี่ยมมาก” เขาตะโกน หน้าแดงก่ำด้วยโทสะ “เขาพุ่งเข้าใส่มือสังหาร คิดจะไปต่อยมันหรือไง”
เจ้าหน้าที่คนอื่นในห้องสลด….
ภาพตัดไปอีก…. เด็กสาววัยทีนเอจคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบจะไปที่ไหนสักแห่ง
หลังจากที่เธอวิ่งลัดเลาะตามตึกไปได้สักพักก็รู้สึกว่าจุดหมายปลายทางอยู่ไม่ไกล แต่คงไม่ดีแน่ถ้ามัววิ่งอ้อมอยู่แบบนี้ เธอเลี้ยวเข้าประตูหลังร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วขอออกประตูหน้า แต่พอโผล่หน้ามาถึงเคาเตอร์ที่น่าจะมีคนเฝ้าร้านนั่งอยู่ เก้าอี้นั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงเสื้อนอกสีดำแขวนไว้กับพนักพิง
เธอพลิ้วออกนอกประตูไป
พิธีส่งศพเล็ก ๆ ที่เห็น มีบาทหลวงกำลังยืนอ่านไบเบิ้ล ญาติสนิทในชุดสีดำยืนรายล้อมอยู่รอบโลงศพสีขาวขลิบทอง
เด็กสาวปราดเข้าไปด้วยจิตใจอันว้าวุ่น นี่เธอมาไม่ทันก่อนปิดโลงหรือนี่!
ก่อนที่จะหย่อนกล่องสี่เหลี่ยมนั้นลงไปในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ เธอร้องไห้ฟูมฟาย ฟุบหน้าลงที่ขอบโลง ความรู้สึกถาโถมเข้ามา ทั้งเศร้าเสียใจ เจ็บแค้น โกรธเคือง
“แด๊ดดี้ ลุกขึ้นมาสิ” เสียงโฮแหลมก้องของเธอทำให้ทุกคนหยุดชะงัก “แด๊ดดี้ตื่นเดี๋ยวนี้นะ”
แต่เขาก็ไม่ลุกขึ้นมา
หลังจากกลบฝังแล้ว ทุกคนยืนเรียงแถว ฟังเสียงพูดเรียบ ๆ ของบาทหลวง แต่เธอไม่รู้เลยว่าเขาพูดอะไร หรือให้พรอย่างไรบ้าง สมองของเธอจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น…. นั่นคือใบหน้าของฆาตกร
และเมื่อเธอหันหลังกลับมาก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เหมือนถูกผีหลอกกลางวันแสก ๆ
มันยืนอยู่ที่นั่น! แสร้งทำเป็นก้มหน้าสำรวม ทำไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ แต่เธอจำได้ ใบหน้าที่กลิ้งกลอกและสายตาชั่วร้ายดุจอสรพิษนั่น!
เธอปราดเข้าไปกระโดดบีบคอมันด้วยแรงทั้งหมดที่มี น้ำหนักที่โถมใส่โดยไม่ทันตั้งตัวทำให้มันล้มกลิ้งลง เธอนั่งคร่อม เค้นคอชายคนนั้นอย่างโกรธแค้น แต่มืออรชรทั้งคู่เหมือนบีบอยู่บนท่อนไม้….
“แกฆ่าแด๊ดดี้ เอาแด๊ดดี้คืนมานะ!” เสียงหวีดแหลมดังขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว
เจ้าฆาตกรแสยะยิ้ม มันจับข้อมือของเธอข้างหนึ่งแล้วดึงออกอย่างง่ายดาย แต่แม้จะสู้แรงอีกฝ่ายไม่ไหว มือข้างที่เหลือของเธอก็ยังพยายามเค้นลำคอนั้นอย่างไม่ลดละ
“มีคำสั่งเสียไหม แม่หนู” เสียงกระซิบทุ้มต่ำชวนแสยงรูขุมขนดังขึ้น เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว แต่ความกลัวมีหรือจะสู้ความแค้นได้
“ฉันจะฆ่าแก!”
รอยยิ้มชวนหนาวสันหลังแย้มขึ้นอีกครั้ง….
———–
ดูเหมือนในฝันจะจบเท่านี้ หรือจริง ๆ อาจจะมีต่อ แต่ไม่อยากเขียน…. เพราะมันมั่วตั้วมาก ๆ กลายเป็นเรื่องแบทแมนไปซะฉิบ ประมาณว่า แบทแมนที่ใคร ๆ นึกว่าตายแล้วที่จริงยังไม่ตาย (อย่าบอกนะว่านักธุรกิจคนนั้นมันคือบรูซ เวย์น!) เขาแอบซ่องสุมกองกำลังอยู่ในฐานทัพลับกับพรรคพวก มีตาแก่ท่าทางฉลาดและเป็นจอมบงการคนหนึ่ง ชายหนุ่มล่ำบึ้กหน้าเป็นทะเล้นตลอดเวลาอีกคนหนึ่ง นอกนั้นจำไม่ได้ว่ามีอะไรหรือใครบ้าง….
หลังจากนั้นก็มีฉากบู๊ ทั้งขับยาน ทั้งไต่เชือกสลิงอยู่กลางเวหา…. ตีกันนัว สะบั้นหั่นแหลกมาก ตื่นมาโคตรเหนื่อย เหมือนดูหนังมาราธอน เอิกกกกก
แต่ก็มันดีนะ ก๊ากฮ่า!
และมีเรื่องจะสารภาพ คือตอนก่อนตื่น หรือตอนตื่นแล้วนี่ ติดใจฉากที่นักธุรกิจโดนยิงเหลือเกิน โอ้ว เลือดกระฉูดได้ใจสุด ๆ ! แบบมันพร่างพรูออกมาจากกลางหลังเลยนะ…. หงิก แต่ที่ติดใจยิ่งกว่านั้นคือวินาทีมรณะ ขณะที่เขาเผชิญหน้ากับมือปืน คือแม่งคิดไงวะวิ่งออกไปข้างหน้าอ่ะ…. อารมณ์ประมาณ มาฆ่าฉันสิ! อย่ายุ่งกับคนอื่น! ต๊าย อะไรจะพระเอ้กพระเอก แต่มาคิดดูดี ๆ แล้วอาจจะแค่บ้า มาโซ หรือบุ่มบ่ามไม่ยั้งคิดเท่านั้นแหละ เอิ๊ก ฮ่า ๆ ๆ ๆ
