ฝันประหลาดมาก…. ชะรอยจะเล่นเว็บบอร์ดมากไป + เล่นแบดมินตันมากไป + เหนื่อยมากไป ตอนไปงีบเลยฝันเห็นอะไรที่มี plot โคตรประหลาด
—————————————
“ที่นี่มีอะไรบางอย่างผิดปรกติ” ชายหนุ่มกระซิบเสียงแผ่วต่ำ ทำให้ทุกคนกระเถิบเข้ามากระจุกรวมกันเป็นกลุ่มก้อนทันที เจ้าตัวเล็กที่เคยแสบซ่า เบียดตัวเขามาใกล้ แล้วเกาะขาเขาไว้แน่นหนึบ ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวที่สูงระดับเอวของเขาไปมาอย่างปลุกปลอบใจ
“คาซิม เราต้องล้างอาถรรพ์” หญิงสาวผมดกดำเป็นลอนยาวกล่าวขึ้น
“อืม” ใบหน้าสีแทนพยักหนักแน่น คิ้วสีเข้มขมวดน้อย ๆ อย่างเคร่งขรึม ก้อนจะบุ้ยใบ้ไปทางกองอุปกรณ์กีฬาของพวกที่มาแคมป์ “ใช้นั่นก็แล้วกัน อุลดีร่า”
ผู้ช่วยของเขาหันไปในทิศที่เขาบุ้ยใบ้ แล้วก้าวไปหยิบแร็คเกิตแบดมินตันขึ้นมาคู่หนึ่ง ในขณะที่เด็กน้อยผละออกไปหยิบลูกมาให้เต็มหอบแขน
“ขอบใจนะ” ริมฝีปากบางยิ้มอ่อนโยนให้เมื่อรับมาเรียงเป็นแถวเดียว เขาถือลูกไว้ในมือข้างซ้ายและเกี่ยวก้านไม้ด้วยนิ้วชี้ ในขณะที่มือขวากำด้ามแร็คเก็ตไว้ด้ามหนึ่ง
“ให้ผมช่วยก็แล้วกัน” ชายผมทองขันอาสา คาซิมชั่งใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะส่งไม้แบดอีกข้างไปให้ เขาก็เป็นผู้ที่มีสัมผัสวิญญาณอยู่บ้าง น่าจะช่วยเป็นกำลังเสริมได้ดี
เด็กน้อยหลบวูบไปอยู่ข้างหลังคาซิม ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบหน้าผู้ชายคนนี้เพราะเรื่องที่ทะเลาะกันเมื่อกลางวันหรอก เพราะยังไงก็คืนดีกันเรียบร้อยแล้วโดยที่อีกฝ่ายเป็นคนขอโทษออกมาเอง เพียงแต่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ แต่ในทางกลับกันเขากลับติดคาซิมแจทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอหน้า
“กรุณาอย่าออกจากขอบเขตนี้นะครับ” ผู้มีอำนาจจิตกำชับคนอื่นในแคมป์ พลางเดินใช้ปลายแร็คเก็ตลากเส้นสมมติลงบนพื้นจนเป็นกรอบสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ในขณะที่ผู้ช่วยสาวเดินตามเขาแล้วปักเทียนซึ่งจุดสว่างแล้วลงตรงมุมจนครบ
ทั้งคู่กั้นตัวเองอยู่ด้านนอก ส่วนเจ้าตัวเล็กจำใจต้องยืนอยู่ด้านใน เขายืนทำหน้าเหี่ยวอยู่ที่มุมเขตแดนได้สักพักก็กลับไปนั่งรวมกับคนอื่น ๆ
คาซิมยืนนิ่ง พึมพำอะไรบางอย่างกับลูกขนไก่ในมือ ก่อนจะก้มหน้าผากลงไปจนจรดปลายไม้ที่ถือตั้งขึ้นอยู่ข้างหน้า
แล้วเขาก็ตีลูกขนไก่เข้า่มาข้างในทีละลูก
ชายผมทองเดาะลูกกลับไปเบา ๆ เพียงแค่ข้ามเส้นเขตแดนเท่านั้น เขาทำโดยที่ไม่ต้องมีการซักซ้อม เหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นเรื่องที่รู้เองโดยอัตโนมัติ
เมื่อลูกขนไก่ออกไปอยู่นอกเส้นครบห้าลูก คาซิมก็เดินกลับเข้ามา โดยที่ไม่ลืมหยุดตรงมุมเขตแดน แล้วบริกรรมคาถาสั้น ๆ ก่อนจะทำท่าเหมือนแหวกผ้าม่านขณะที่ก้าวเข้าเขต อุลดีร่าที่เดินตามเขามาติด ๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน
สมาชิกที่เด็กที่สุดในแคมป์ถลาเข้าหาชายหนุ่มแล้วเกาะขาเขาเหมือนเดิม ใบหน้าน้อย ๆ เหลียวออกไปมองด้านนอก เขาเพ่งดูลูกขนไก่ทั้งสี่ลูกอย่างตั้งอกตั้งใจ…. สี่? ทำไมมีแค่สี่ลูกล่ะ?! เขาขมวดคิ้ว แล้วพื้นดินบริเวณหนึ่งตรงด้านนอกก็วูบไหวเหมือนมีอะไรบางอย่าง ลูกขนไก่ลูกที่ห้าปรากฏขึ้นมาสู่สายตา… และถ้ามองไม่ผิด มันเหมือนเงาีดำยั้วเยี้ยอยู่รอบ ๆ ด้วย
พ่อหนูน้อยสะดุ้งโหยง นิ้วมือจิกลงไปบนเนื้อกางเกงยีนส์ของร่างตระหง่านนั้นจนเขาต้องก้มลงมามองเป็นเชิงถาม แต่ตัวแสบก็ไม่พูดว่าอะไร เอาแต่มองออกไปข้างนอกด้วยท่าทางขนลุกขนพอง
“ผมจะออกไปเดินตรวจข้างนอกสักหน่อย” คาซิมพูดขึ้นหลังจากที่ตรึกตรองอยู่พักหนึ่ง แม้อุลดีร่าจะทำท่าสงสัย แต่ก็พยักหน้าเห็นด้วยในทันทีเมื่อเห็นท่าทีของเด็กคนนั้น เธอเดินตามเขาออกไป โดยทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ข้างในเหมือนเดิม ขณะนั้นคนในแคมป์ต่างก็หันกลับไปง่วนอยู่กับการแจกจ่ายอาหารมื้อเย็นเหมือนเดิม ยกเว้นอยู่หนึ่้งคน
“ผมไปด้วย” ร่างล่ำสันของอีกคนก้าวผ่านมุมออกไป คาซิมพยักหน้า แล้วออกเดิน
ขณะที่ทั้งสามคนกลับมานั้น ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตากินอยู่ จึงมีเพียงเด็กน้อยซึ่งกินเสร็จก่อนใครเพื่อนเท่านั้นที่ไปยืนรอต้อนรับ คราวนี้เขาเกาะนิ้วคาซิมแทนการกอดขา เนื่องจากชายหนุ่มบ่นว่าเดินไม่สะดวก แล้วดวงตาใสแจ๋วสีน้ำทะเลก็แลไปเห็นชายหนุ่มผมทองที่ตามเข้ามาเป็นคนสุดท้ายพอดีคิ้วเล็ก ๆ ขมวดยุ่งด้วยความฉงน
“ทำไมเขาเข้ามาแบบไม่ท่องคาถาล่ะคาซิม”
ชายหนุ่มหันขวับพร้อมอุลดีร่า ชั่วขณะหนึ่งเขาคิดว่าตนเองคงจะสะเพร่าลืมปิดเขตแดน แต่คิดดี ๆ แล้วไม่น่าใช่ น่าจะเป็นข้อผิดพลาดอย่างอื่นมากกว่า เหลือบดูเห็นคนที่น่าจะเป็นตัวต้นเหตุก้มหัวปะหลก ๆ เหมือนเป็นาการขอโทษ เขาขมวเคิ้วพลางถลันกลับออกไปอีกครั้งแล้วลากมือเป็นเส้นในอากาศ ซึ่งมองแล้วเหมือนกำลัง “ซ่อม” รูโหว่บนกำแพงที่มองไม่เห็นอยู่
“เอาล่ะ ไม่เป็นไรแล้ว” คาซิมพูดขึ้น ก่อนจะแตะไหล่เจ้าตัวเล็กให้เดินกลับไปรวมกลุ่ม
สายตาอยากรู้อยากเห็นอดไม่ได้ที่จะมองกลับไป…. ชายผมทองเกาหัวแกรกเหมือนกลุ้มใจตัวเองที่โชว์ความเปิ่นของมือสมัครเล่น ก่อนจะก้มลงเก็บแร็คเก็ตแบดมินตันบนพื้น แต่ชั่วเสี้ยววินาทีที่ก้มลงนั้นก็ฉวยโอกาสปาดมือลงบนแนวของเขตแดน
“He did something! He did something!!!” เสียงเด็กชายกรีดร้องเสียงสูงดังผ่าอากาศที่เงียบสงัด และด้วยความตื่นเต้นตกใจขีดสุด ผสมกับความต้องการจะฟ้องให้คนอื่นรู้ จึงทำให้ลืมตัวผละจากคาซิม วิ่งเข้าไปใกล้ไส้ศึกกว่าเดิม 3 ก้าว
ร่างบึกบึนนั้นเหยียดขึ้นเต็มส่วนสูงเดิม แววตาวาวโรจน์ดุร้าย เขาเข่นเขี้ยวเคียวฟันพลางกระโจนเข้าใส่เด็กขี้ฟ้อง
แต่คาซิมไวกว่า เขาปราดเข้าไปอุ้มเจ้าตัวเล็กเหมือนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว สมาชิกในแคมป์แตกฮือแต่ยังไม่วิ่งกระเจิดกระเจิงไปไหน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นเซ็งแซ่
“Now I know why I had an argument with him! He is not trustworthy. He’s not trustworthy!!!” เสียงเล็ก ๆ แผดก้อง ดูเหมือนว่าในยามที่อารมณ์กำลังพลุ่งพล่าน เขาจะติดนิสัยย้ำประโยคเดิมสองครั้งทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็น
————————————-
จบ…. นี่คือฝันที่เห็นหลังจากไปนอนประมาณ 6 โมงครึ่ง แล้วก็สลึมสลือตื่นขึ้นมาตอนก่อน 3 ทุ่มนิดเดียว
ที่จริงไม่ได้ฝันเห็นแบบนี้ตลอดเรื่องหรอก แต่มันต้องเมคแต่งเติมเอาเองไม่งั้นเนื้อเรื่องจะมั่วมาก (เพราะฝันมั่วสุด ๆ) ตอนแรกจะเป็นการเถียงทะเลาะบนเว็บบอร์ด แต่สาเหตุการทะเลาะจะเป็นอะไรที่งี่เง่า เหมือนว่าเขาตั้งกระทู้ถามอะไรเราซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางรู้ได้ (เหมือนจะเกี่ยวกับเครื่องคอม….) แล้วเราก็วีนแตกด้วยสาเหตุบางประการ เจ้าเพื่อนคนนี้ที่ชวนทะเลาะก็ขอโทษใหญ่ แล้วก็มีอีกคนเข้ามาห้ามทัพ ตอนอ่านคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นพี่กิฟท์อ่ะ… แล้วหลังจากนั้นตอนคุยคืนดีกับคนที่ทะเลาะด้วย เค้าก็พูดแบบหยอกแรง ๆ ว่า แหมตอนโมโหน่ารักดีนะ น่าเสียดายถ้าพ่อทูนหัวไม่ออกมาห้าม คงตีกันสนุกพิลึก…
คนขี้วีนที่ต้องมีผู้ปกครองตามคุม…. นั่งคงเป็นที่มาของคาแรคเตอร์เด็กแสบนั่น กับคาซิมผู้สุขุมและหล่อเท่…
เพราะฝันถัดมาเท่าที่จำได้ มันเริ่มแบบไม่ค่อยมีปี่มีขลุ่ย แล้วก็เนื้อเรื่องอะไรไม่รู้มั่วตั้วไปหมด และที่จริงสถานที่เกิดเหตุน่ะเราก็เห็นในฝันชัดเจนว่ามันคือพื้นปาร์เก้ของคอร์ทแบด เส้นเขตแดนที่ถูกกั้นก็ใช้แนวเดิมของขอบสนาม แถมยังมีผู้เล่นคนอื่นอยู่นอดคอร์ทของเราด้วย แต่ทุกคนเวลาเดินมาถึงแถวนั้นจะเลี่ยงไปทางอื่น เหมือนมีอำนาจลึกลับอะไรมาผลักดันให้ไม่อยากเข้ามาในเส้น หรือถึงอยากเข้าก็เข้าไม่ได้…
แล้วจริง ๆ ตอนอีตาผมทองนั่นจะแอบลบเส้น จริง ๆมันกำลังเดินออกจากเขตต่างหาก แต่มาเขียนแล้วมันไม่สมเหตุผล (เข้ามาแล้วจะออกไปอีกทำไม?? ถ้าออกไปคาซิมต้องรู้ทันทันทีแหง ๆ) เลยเปลี่ยนเหตุการณ์นิดหน่อย..
อีกอย่าง ไอ้คนที่แหกปากฟ้องในฝันน่ะ เรามีความรู้สึกว่าคือตัวละครที่เราบังคับเอง… (พูดเมหือนเล่นเกมอยู่???) แต่ตอนตื่นรู้สึกว่ามันให้ีฟีลลิ่งว่าเป็นเด็กอ่ะ… ก็เลยเขียนออกมาแบบนี้
ทั้งเด็กคนนั้น คนผมทอง คาซิม และอุลดีร่า ตอนอยู่ในฝันไม่มีชื่อนะ แต่มันจะเขียนลำบาก เลยเมคชื่อเอาเองตอนนั่งพิมพ์ อุลดีร่าเป็นผู้หญิงที่ให้ฟีลลิ่งเหมือนคนอาระเบีย เลยหาชื่อฟังดูแปลกหูมาให้ ส่วนคาซิมหน้าเหมือนลูกครึ่งแขกขาว หล่อคมเข้ม ตาสวย ให้ความรู้สึกว่าคล้าย ๆ Imran Abbas ส่วนอีกสองคนละชื่อเอาไว้เพราะตอนนี้ยังไม่มีอิมเมจชัดพอให้ตั้งชื่อเลย..
ส่วนคนอื่น ๆ ในแคมป์ ตอนอยู่ในฝันรู้สึกว่าตัวตนมันเลือนลางเหลือเกิน….. แค่รู้สึกว่ามันมีคนอื่นอยู่ด้วยอ่ะ แต่ก็ไม่รับรู้เลยว่าเขาทำอะไร (มัวแต่เพ่งสมาธิไปที่คาซิมล่ะเซ่!!!!)
แล้วบทสนทนาในฝัน… ไม่รู้ว่าเป็นภาษาอะไร นึกไม่ออกจริง ๆ เลยเขียนเป็นภาษาไทย ยกเว้น….ไอ้ตรงท่เขียนเป็นภาษาอังกฤษน่ะ เป็นเพราะตื่นมาแล้วจำได้ชัดเลยว่า ตอนฝันอยู่น่ะมันเป็นภาษาอังกฤษ แถมรูปประโยคและคำพูดที่ใช้มันยังเป็นแบบนี้เป๊ะ ๆ อีกด้วย… เอิ๊กอารายก๊านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
แล้วนี่ฉานจะเอาพล็อตไปใช้ที่ไหนได้ (วะ)
ปราบผีเนี่ย…
แล้วหมอผีที่ไหนเค้าจะใช้การตีแบดปราบผีฟะ…
ฝันเพ้อเจ้อดีจริงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!! กร๊าก ๆ ๆ
ถ้าจะใช้จริงคงต้องปรับเปลี่ยนมากกกกก ให้มันดูดีกว่านี้ เหมาะสมกว่านี้
ป.ล. ทำไมต้องมาไอเดียบรรเจิดเอาตอนนี้ด้วยฟะ คนยิ่งยุ่ง ๆ อยู่ ไหนจะต้องเตรียมโปรแกรมลงในเครื่อง Laptop (ไม่งั้นไปญี่ปุ่นจะไม่มีคอมใช้) ไหนจะจัดกระเป๋า ไหนจะยังไม่ได้อาบน้ำสระผม… ตะออกจากบ้า่นตอนตี 3 คืนนี้อยู่รอมร่อแล้ว กร๊าซซซซ
