• *หมายเหตุ*

    งานเขียนทุกชิ้นในเว็บไซต์นี้ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายพรบ.ลิขสิทธิ์ ห้ามผู้ใดทำการลอกเลียน ดัดแปลง หรือแอบอ้าง และขอความกรุณาอย่านำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยค่ะ อนึ่ง เนื้อหาของงานเขียนบางชิ้นอาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน ผู้ปกครองควรพิจารณาและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้อ่านที่รับผิดชอบตนเองได้แล้วก ็ขอให้อ่านโดยใช้วิจารณญาณด้วย

แหม บล็อกนี้ไม่ได้เขียนอะไรนอกจากฝันมานานละนะ นิยายไม่คืบหน้าเลย….แย่ว่ะ (จริง ๆ เมื่อวานนี้มีคืบหน้าไปเรื่องหนึ่ง ครึ่งหน้า =_= น้อยชิบ)

แต่ช่วยไม่ได้…. ตื่นมาแล้วยังจำฝันได้ ถ้าจะไม่เขี่ยอะไรไว้อ่านเล่นเผื่อรีไซเคิลพล็อตมันก็น่าเสียดาย นี่ถึงขนาดตื่นมาตอนตี 4 ครึ่งเพื่อมานั่งพิมพ์เลยนะเนี่ย กลัวว่ารอจนเช้าแล้วมันจะลืม

วันนี้อิฉันฝันแบบซ้อนฝันค่ะ!

ฝันว่าตื่นมาแล้วตัวเองนอนอยู่บนเตียงเนี่ยแหละ ในห้องก็จะสลัว ๆ ตามปรกติ เพราะอิฉันนอนไม่ปิดม่านหน้าต่างเลยทั้งสองด้าน แล้วแสงจันทร์ (หรือถ้าไม่มีพระจันทร์ก็แสงไฟถนน) ก็จะสะท้อนเข้ามา ทำให้เห็นอะไรลาง ๆ ได้ในความมืด…. เอาล่ะ ทีนี้ทั้ง ๆ ที่ห้องหน้าตาคล้ายยยยยยยยยยห้องจริง ๆ มาก ตอนแรกเลยไม่รู้ตัวว่ากำลังฝันค่ะ นึกว่าตัวเองลืมตาตื่นจริง ๆ

ที่ทำให้รู้(ทีหลัง)ว่าไม่ใช่ห้องจริงก็คือ ฝันว่าหันไปทางซ้ายมือ ริมกำแพงมีตุ๊กตาของตัวเองนอนเรียงอยู่เป็นแถว จำได้แม่นเลยว่าเห็นหัวตุ๊กตาแพนด้า สีขาว/ดำ ตัดกันเด่นในความมืด แต่พอตื่นมาจริง ๆเนี่ย ตุ๊กตาแพนด้ามันอยู่แถวปลายเท้าค่ะ ไม่ได้นอนกระทบไหล่กับอิฉันอยู่! แล้วตุ๊กตาอื่น ๆ ก็ไม่มี เพราะเอาไปใส่ถุงเก็บหมดแล้ว ข้อหาเป็นแหล่งฝุ่น

แล้วมานึกดูดี ๆ แล้ว ห้องที่เห็นในฝันก็ไม่ได้เหมือนเปี๊ยบกับห้องตัวเอง อย่างแรกคือไม่มีกองการ์ตูนที่วางระเกะระกะ อย่างที่สองคือมีผ้าม่านแบบมู่ลี่แนวตั้ง ที่รูดมารวมกันแล้วมัดไว้ อยู่แถว ๆ กลางห้อง…. แล้วจำได้ว่าเห็นมันไหวไปมาตามแรงลมของแอร์ด้วย แล้วก็ สุดท้ายคือ แอร์บนเพดานริมหน้าต่างรูปร่างไม่เหมือนเดิม และไม่อยู่ที่เดิม และบนเพดานข้าง ๆ แอร์ มีหน้ากากขาวอ้วนแบบคาบุกิติดอยู่

ส่วนสาเหตุที่ตื่นมาในฝันคือ รู้สึกว่าอยู่ ๆ แอร์ก็แรงขึ้น เลยทำให้หนาว ก็เลยตื่นมาจ้องแอร์ (ทำไมหล่อนไม่ควานหารีโมทแอร์ล่ะยะ!? จ้องไปแล้วแอร์มันจะเบาได้เองเรอะ ป๊าดดดด) แล้วตอนนั้นจะรู้สึกว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ ตามสไตล์คนกำลังฝันแล้วบังคับร่างกายตัวเองในฝันให้ทำตามใจชอบไม่ได้นั่นแหละ…. เช่น พอคิดว่าจะเบียดเข้าไปหาแผงตุ๊กตาทางซ้ายมือ ก็ไม่รู้สึกว่านุ่มหรืออุ่นขึ้นเลย เหมือนตัวไม่ยอมขยับ พอคิดว่าจะดึงผ้าห่มมาห่มให้หายหนาว ก็ไม่มีผลอะไร (เพราะคิดจะทำอยู่ในฝัน แต่ไม่ได้ทำจริง ๆ น่ะสิ…) พอคิดว่าจะหันขวาไปกอดหมอนข้างให้แน่น ๆ แล้วซุกตัวอยู่กับหมอนข้าง ก็ไม่สำเร็จอีก แถมรู้สึกว่าหมอนข้างไม่เหมือนเดิม เป็นหมอนแข็ง ๆ แบน ๆ ที่กอดแล้วไม่นุ่ม….

โอ๊ะ อะไรจะไม่ได้ดั่งใจขนาดนั้น!?

แต่ ช้าก่อน….

ที่น่าสนใจมันไม่ใช่เนื้อหาของฝันตอนที่ตื่นมามองห้องตัวเองค่ะ แต่เป็นสิ่งที่ฝันเห็นอยู่ในฝัน!

อิฉันฝันว่าตัวเองฝันว่าอ่านการ์ตูนวายค่ะคุณผู้ชม!

ก็นะ ตอนที่ตื่นมาในฝัน ก็รู้สึกแหละว่าตัวเองพยาย้ามพยายามที่จะหลับต่อ เพื่อไปดูเนื้อเรื่องการ์ตูนที่อ่านอยู่ในฝันต่อไป!

กรี๊ดดดด

ลายเส้นนี้มันของอ.ที่วาดเรื่องพลิกฟ้าฯนี่นา (จำชื่อไม่ได้และขี้เกียจลุกไปขุดหาการ์ตูน)  คือเห็นเลยค่ะว่าตัวเอกไหล่ล่ำ ตามสเปคอิฉัน!!!

เรื่องในการ์ตูนมีอยู่ว่า…. ตัวเอกเป็นคล้าย ๆ นักวิทยาศาสตร์อัฉริยะ น่าจะประมาณช่าง mechanic ที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และแอนดรอยด์  พวกผู้ร้ายอยากจะให้ he ทำอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ ที่น่าจะเกี่ยวกับเจ้าหุ่นแอนดรอยด์ผมดำ ที่ยืนทำหน้าตายอยู่ข้าง ๆ ตอนเจรจา…. he ก็ปฏิเสธค่ะ ด้วยเหตุผลว่าหุ่นที่ต้องซ่อมที่เอามาจากสถาบันวิจัยตัวเนี้ย มันบลา ๆ อะไรสักอย่าง จะเอาไปใช้งานในเชิงทหารไม่ได้เด็ดขาด และมันยังเป็นการละเมิดกฎสมาพันธ์ผู้สร้างหุ่นยนต์ด้วย

He ก็เลยโดนตีหัวลักพาตัวไปขังในฐานลับค่ะ (ฮาาาาาาาาาา)

ณ ฐานลับ ตัวเอกถูกจำกัดบริเวณอยู่ในอาคารอะไรสักอย่างที่สลัว ๆ (เออ สงสัยตูอ่านการ์ตูนในที่มืด มันเลยสลัวไปทุกหน้า) แต่ก็เดิไปมาได้อย่างอิสระ แล้วพอไปถึงห้องหนึ่ง ที่มีเตียงติดผ้าม่านเนื้อบางเบาสีขาวอย่างอีโรติก ก็มีอาเจ๊ยั่วสวาทนอนกวัวมืออยู่ he เดินเข้าไปหามันเฉยเลยค่ะ!!!! กรี๊ดดดด อย่านะ มันต้องเป็นนางร้ายแน่ ๆ เป็นแผนการร้ายของพวกลุงแว่นดำหัวเถิกพวกนั้น!!!

ระหว่างที่กำลังเล้าโลมกันอย่างออกรส…. แอนดรอยด์ผมดำก็ยุรยาตรมาถึง แล้วจับไหล่อีเจ๊นั่นแล้วกระชากลงจากเตียงค่ะ

ฟัดกันนัวเนียเลยอ่ะขอบอก….

แต่ แต่…

แต่ว่า!!!

จู่ ๆ อิฉันในฝันก็ทำนิสัยชั่ว ๆ ที่ขัดใจตัวเองยิ่งนัก… คืออ่านข้ามไปดูหน้าหลัง ๆ ค่ะ

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ อย่านะ ชั้นสังหรณ์ว่าพอกำจัดอีเจ๊คนนั้นได้แล้วมันต้องมีซัมธิงระหว่างตัวเอกกับแอนดรอยด์แน่ ๆ ชั้นอยากรู้ววววววววววว ว่าใครเมะใครเคะเฟ้ย!! ระหว่างที่อาละวาดงอแงอยากกลับไปอ่านช่วงนั้น…. (แง่ง ตอนเปิดผ่านไปผ่านมา แอบเห็บหัวไหล่ล่ำ ๆ อยู่แวบ ๆ ด้วยอ่ะ ยั่วกิเลสยิ่งนัก! บัดซบ!) ก็เห็นเนื้อเรื่องว่าตัวเอกเดินหลงวนไปวนมาในห้องที่เป็นเสื่อตาตามิ แล้วก็มีประตูเต็มไปหมด เดินไปทางไหนก็หลงเหมือนเอาห้องมาเรียง ๆ ต่อกันเป็นเขาวงกต! ก็คงเป็นช่วงที่พยายามจะหนีออกไปอ่ะแหละ เออ… แล้วมันมีการเดินหาเสื้อผ้าด้วยนะ ประมาณว่าเป้นชุดกันรังสีชนิดพิเศษอะไรเนี่ย ก็ไม่รู้ว่าหาเจอมั้ย เพราะเห็นแต่ตอนมันเดินหา เที่ยวเปิดตู่นู่นนี่

และแล้วก่อนที่จะตื่นมาตอน 4.18 น. อิฉันในฝันก็ย้อนกลับไปอ่านช่วงนั้นจนได้!!

ก็ สรุปว่ายัยเจ๊นั่นม่องไปตามระเบียบค่ะ ด้วยฝีมือแอนดรอยด์ผมดำหุ่นล่ำน่ากิน

ไม่รู้ว่ายังไงเหมือนกัน แต่เหมือนว่ายัยเจ๊นั่นเป็นคนที่จะมาปรนเปรอเพื่อโน้มน้าวให้ตัวเอกยอมทำตามที่องร์กรชั่วต้องการค่ะ คิดว่ามีการเตรียมใช้ยาพิษหรือไม่ก็ยากล่อมประสาทกับตัวเอกด้วย แอนดรอยด์มันรู้ทันเลยมาสกัดดาวรุ่งไว้ก่อน

จำได้ว่าตัวเอกบ่นอะไรแว่ว ๆ เรื่องเห็นศพในระยะประชิดด้วย คือ ประมาณว่า “เรื่องแบบนี้มันมากเกินไปสำหรับเรา!!”

และแล้วแอนดรอยด์ก็ต้องปลอบใจ he (ที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำที่ผูกไว้หลวม ๆ ให้พอเห็นกล้ามอกน้อย ๆ)  ตามระเบียบ รู้สึกว่าจะเล้าโลมกันอย่างเมามันยิ่งกว่าตอนอีเจ๊ผมบ๊อบคนนั้นอีก

แต่…. ไม่รู้ว่าช่วงไหนของ”การ์ตูน”กันแน่ที่เราฝันว่าตื่นมานอนมองห้องน่ะ…. เพราะมันขาด ๆ หาย ๆ เหมือนอ่านไม่ปะติดปะต่ะ จนกระทั่งตีสี่กว่า ๆ ที่น้องชายเปิดประตูเข้าห้องนอนมาค่ะ (เพราะเขียนโน้ตไปแปะห้องน้องไว้ ว่านัดเพื่อนไว้ตอนเย็นที่ CWP ชวนน้องไปด้วยเพราะกลุ่มนี้น้องรู้จัก ลงท้ายโน้ตว่านอนแล้ว แต่เปิดเข้ามาคุยได้ ไม่ได้ล็อคห้อง น้องคงตื่นมาอาบน้ำเลยแวะมาแอบดู) น้องเปิดมาเห็นปิดไฟมืดก็เลยปิดประตู แต่เราตื่นพอดี เลยเรียกไว้ แล้วคุยกันเรื่องนัดกินข้าวนิดหน่อย แล้วเราก็จะนอนต่อ….

แต่มานอนกลิ้งไปกลิ้งมา ทบทวนความฝันอยู่ประมาณ 15 นาทีแล้วก็คิดว่า ไหน ๆ ตื่นแล้วรีบลุกมาพิมพ์เก็บไว้ดีกว่า 555

ในฝันยังไม่รู้เลยนะว่าแอนดรอยด์ที่ว่านั่นจริง ๆ เป็นมนุษย์ที่ดัดแปลงใส่อวัยวะกล หรือว่าเป็นหุ่นยนต์ตั้งแต่แรก แต่คิดว่าน่าจะอย่างแรกมากกว่า เพราะมีอารมณ์กับตัวเอกของเราได้ กร๊าก ๆ ๆ

**Copy มาจากที่เซฟไว้ใน blog FFXI**

แง่ง….

ด้วยเหตุผล(โง่ ๆ)บางประการ ทำให้เข้าบล็อกมืดไม่ได้ กะจะเขียนอะไรเล่นซะหน่อยก็เลยเขียนไม่ได้ ต้องมาฝากไว้ในนี้ พอกลับบ้านค่อยใช้วิชามารก๊อปแปะไปแปะใส่บล็อกมืดละกัน….

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มาหัวหินหนนี้บูดดดดดดดดดดดดดด

บูดหลายเรื่อง ด้วยทำตัวเองบ้าง เหตุอื่นบ้าง

บูดที่หนึ่ง….

ตอนออกจากบ้าน ด้วยความรีบและมัวแต่ห่วงของกินเครื่อง โน้ตบุ๊ค เลยลืมกระเป๋าถือทั้งใบไว้บนเตียง แล้วกว่าจะนึกออกว่าตัวเองไม่มีทั้งกระเป๋าเงินและโทรศัพท์ติดตัว ก็ห่างจากบ้านประมาณ 30 กิโลเมตรได้

อนึ่ง ตุ๊กตาหมีแพนด้าก็โดนลืมไว้เช่นกัน มานึกได้ตอนจะนอน ว่าไม่มีตุ๊กตาให้กอด แง่ง ๆ

บูดที่สอง

มาถึงหัวหินแล้ว ต่อไวร์เลสแลนไม่ได้ เพราะ…. เพราะ…. ร้านที่เราไปซื้อโน้ตบุ๊คมา เค้าลงโปรแกรมทุกอย่างให้จนดูดี เราเลยตายใจ ไม่ได้เอาแผ่นไดรเวอร์บลา ๆ ๆ มาด้วย แต่ปรากฏว่า เค้าไม่ได้ลงไดรเวอร์ไวร์เลสให้!!!! ฉะนั้นเลยต้องทนนั่งโต๊ะเฝ้าเราเตอร์ และเสียบสายแลนสั้นจุ๊ดจู๋อยู่ที่โต๊ะซึ่งแสนจะนั่งไม่สบายยยยยยยยยยย อ๊ากกกก เก้าอี้ก็ไม่ดี โต๊ะก็สูงไป นั่งทำงานแล้วโคตรเมื่อยไหลและปวดหลัง ฮ่วย!!!

บูดที่สาม

ใช้สายแลนต่อ จนเล่นเนตได้ก็จริง แต่เนตเน่าเต่าถุยมาก ๆ อัพไฟล์งานจนาด 27 เม็กเฟลไปหลายรอบ (ก่อนหน้านั้นพยายามส่งทาง MSN แต่ก็เน่าไปตามระเบียบ) ขนาดหั่นด้วย RAR จนกลายเป็น 5 ไฟล์ ไฟล์ละ 5 เม็กกว่า ๆ ยังอัพเดี้ยงอัพเดี้ยงเพราะเนตหลุดถี่มาก แต่ในที่สุดหลังจากที่ตะเกียกตะกาย พยายามอย่างแสนสาหัส และเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอยู่นาน ในการดูน้องชายกับพ่อแก้ปัญหาที่เราเตอร์ให้ (กรั่ก) เราก็อัพไฟล์เสร็จ (รวมทั้งไฟล์ที่สอง ซึ่งมีขนาด 44 เม็ก) ตอนประมาณตีสาม แล้วก็ถึงเวลานอน คร่อกกกกกก

บูดที่สี่

ตื่นมาตอนตีเท่าไหร่ไม่รู้ (นาฬิกาข้อมือไม่มี มือถือก็ไม่มี เลยดูเวลาตอนมืด ๆ ไม่ได้ ก่ะแง) น้ำมูกไหลเจ้าค่ะ แล้วก็จามอย่างแรง คันคอคันจมูกไปหมด โอย หัวหินทำพิษอีกแล้ว…. แต่เอ๊ะ ทำไมมันหนาวขนาดนี้(วะ) เปิดไฟดูสวิทช์แอร์หน่อยดิ๊ …. งั่ก ๆ ๆ แอร์ 22 องศาพะย่ะค่ะ เลยหรี่แอร์ด้วยความรีบ (พลางสั่งน้ำมูกจนหมดกระดาษไป 4 แผ่น) แล้วก็เข้าห้องน้ำ ฉี่ แล้วก็ดื่มน้ำ (แก้คันคอ) แล้วก็คลานไปนอนต่อ แต่ด้วยความคัดจมูกกับคันคอทำให้นอนไม่ค่อยหลับ

บูดที่ห้า

ตื่นมาตอนเก้าหรือสิบโมง หัวหนัก ๆ ลุกไม่ขึ้น เลยนอนต่อ จนแม่มาเรียกให้ตื่น ก็ปรากฏว่าเที่ยงแล้ว =o=;; กินข้าวไข่เจียวแบบวิงเวียนเลี่ยนน้ำมัน อันนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ถูกคุณย่าวิจารณ์เรื่องนอนดึกมากและตื่นสายโด่งเลยบูด กินข้าวเช้า(ตอนที่ครอบครัวกำลังกินข้าวเที่ยง)เสร็จแล้วก็ทำงานต่อ

บูดที่หก

คุณแม่เคยสอนว่าเสียงเล่นสนุกสนานของเด็ก ๆ คือเสียงสวรรค์ ฟังแล้วอย่าหงุดหงิด แต่ แม่คะ หนูจะบ้าตาย รู้สึกเหมือนตกนรกยังไงก็ไม่รู้!!! อยากตะโกนออกไปดัง ๆ ว่า ใครก็ได้ช่วยหิ้วนังเด็กคนนั้นและฝูงเด็กคอนโดข้าง ๆ ไปทิ้งไกล ๆ ที กรี๊ดอยู่ได้ อ๊ากกกกกกกก

ฮือ…. เวลานอนเนี่ยใครจะเอะอะยังไงเราก็นอนได้อะนะ แต่ถ้าทำงานอยู่แล้วงานต้องใช้สมาธิมาก หรืองานมีปัญหามาก จะทำให้ความอดทนต่ำลง ทนเสียงเจี๊ยวจ๊าวไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะเสียงกรี๊ดแหลมแบบแทงประสาทหูอย่างนี้

บูดที่เจ็ด

หลังจากพี่กิฟท์ตรวจงานแล้วสอนอะไรเพิ่มนิดหน่อยแล้ว เราก็แก้งาน แล้วอัพใหม่ แต่อัพไม่ได้…. งานทั้ง 27 เม็ก และ 44 เม็กที่แก้เสร็จแล้ว(หลายรอบ)เลยยังส่งไปให้พี่กิฟท์ดูผ่านตาไม่ได้ แต่ก็ทิ้งเวลาโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ เลยต้องก้มหน้าก้มตาทำไฟล์ที่สามต่อไป ฮือ…. เนตม่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง กวงติงงงง!! โมโหเฟ้ย!!!

บ่นจบละ

เพิ่งระลึกได้ว่าเราอยากเขียนเรื่องอื่นนี่หว่า

คือตอนนั่งเป็นเนวิเกเตอร์ให้คุณพ่อตอนขามา ก็มีบางช่วงที่ง่วง ๆ แต่ด้วยความที่ไม่อยากหลับ อยากอยู่เป็นเพื่อนคุยให้พ่อตอนขับรถ เลยพยายามถ่างตาไม่ยอมหลับ ระหว่างนั้นสมองก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เพื่อไม่ให้ว่าง จะได้ตื่นต่อได้ มีอยู่ช่วงนึงก็ไปนึกถึงหนังสือ Nothing to Fear ที่ได้มาจากเต้น แล้วก็คิดว่า เออ ลองมาตั้งชื่อไทยให้มันดีกว่า ว่าถ้าไม่เอา “กลัวใจ” อย่างที่กองบก.เขาคิดมา เราจะตั้งชื่อว่าอะไร

ไม่มีอะไรให้กลัว?

ไม่กลัว?

อย่ากลัว?

(อืมมม ยังไม่ใช่นะ)

ไม่กลัวอะไร?

อะไรก็ไม่กลัว?

บ่ยั่น?

(มาได้ไงวะ)

มิเกรงสิ่งใด?

มิพรั่นพรึง?

มิมีอันใดให้เกรง?

(ยาวไป แสด)

ไม่หวั่นหวาด?

ไม่หวาดหวั่น?

ไม่หวั่นแม้วันมามาก (ไม่ใช่แล้วเฟ้ยยยยยยยยยย)

(เอ หนังจีนมี ไร้พ่าย ไร้รัก เราลอง ไร้กลัวมั่งดีกว่า)

ไร้พรั่น?

(เอ่อ….)

ไร้สิ่งสะพรึง?

ไร้สิ้นซึ่งความกริ่งเกรง?

(ยาวไปอีก แง่ง)

(=_=;;)

นั่งเป็นเนวิเกเตอร์ แล้วสักพักก็เงียบไป….. คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วพ่นหัวเราะออกมาเป็นพัก ๆ พ่อคงงงง ลูกกูเป็นอะไร 555

เออ….. แต่คิดชื่อหนังสือนี่ยากกว่าที่จินตนาการไว้มากเลย การหาวลีให้สื่อถึงชื่อภาษาอังกฤษดั้งเดิม แล้วให้มันฟังดูไม่ประหลาด เหมาะสำหรับใช้เป็นชื่อหนังสือขึ้นหน้าปกเนี่ย มันต้องอาศัยความสร้างสรรค์แล้วก็ใช้คลังคำเยอะเลยเนอะ สรุปว่าเดี๊ยนไม่สามารถฮ่ะ

แต่ไว้อ่านจบแล้วค่อยมาลองตั้งชื่ออีกรอบ (แต่คิดว่ามาทริปนี้คงไม่มีเวลาอ่าน T^T)

เออ ฝันแหกคุก(มั้ง??)เมื่อคืนยังมีต่อ แต่เป็นเรื่องใหม่

ตอนแรกอารมณ์ประมาณว่านั่งดูทีวีอยู่ แล้วเป็นช่วงมวยปล้ำพอดี ก็จะมีประเทศต่าง ๆ ส่งนักกีฬามาแข่งกัน แต่จากการฟังโฆษกประหลาด ๆ ประกาศอะไรพิลึก ๆ อยู่ในฝัน …. พอตื่นมาความจำเราเลยสับสนเล็กน้อย เรียบเรียงเรื่องไม่ค่อยถูก (ฮือ บ้าที่สุดดดด) แต่ก็ประมาณว่าเวทีมวยปล้ำเนี่ย จะเปลี่ยนตัวนักกีฬาเอาคนที่ยังไม่โทรมขึ้นไปสู้แทนคนเก่าได้ ก็ต้องไปทัช เปลี่ยนตัวที่มุมใช่ม่า ทีนี้เราก็ได้ยินโฆษกบ้านั่นประกาศแบบนินทา(ซึ่ง ๆ หน้า) ว่าทีมอเมริกาตั้งกฎขึ้นมา ว่าห้ามขึ้นลงจากเวทีตรงมุมที่ติดกับเวทีฝั่งอิตาลี….

เออ ก็ตื่นมาแล้วคิดภาพไม่ออกหรอกว่ามันคืออะไรของมัน แต่ก็คงประมาณว่ามีเวทีหลายเวที แล้วเวทีที่อเมริกาขึ้นสู่เนี่ย ก็มีด้านนึงติดกับเวทีของอิตาลี ถ้าห้ามนักกีฬาเปลี่ยนตัวกันทางมุมที่อยู่ฝั่งของอิตาลี ก็แสดงว่าจำกัดมุมให้เปลี่ยนตัวได้แค่ 2 มุมที่อยู่ไกลเท่านั้น บลา ๆ ๆ ทำให้อเมริกาต้อนคู่แข่งไปอยู่มุมสองมุมนั้นก็จะชนะ เพราะเปลี่ยนตัวนักกีฬาคนอื่นมาสู้ไม่ได้

เงิก ๆ

แล้วจริง ๆ ในฝันมีชื่อประเทศอะไรไม่รู้เต็มไปหมด…. แต่จำได้แค่นี้

ฝันอันนี้มันยังมั่วอยู่ แต่พอติดตามต่อไปแล้วมันเริ่มมีโฟกัส….(แต่เป็นโฟกัสที่หักมุมมาก แทบไม่เกี่ยวกับดูกีฬามวยปล้ำเลย แสด)

อืมมมม ต่อไปเราก็เปลี่ยนไปดูมวย คิดว่าเป็นมวยสากลนะ เพราะคนชกเป็นฝรั่ง แล้วก็ใส่นวมด้วย และไม่เห็นใช้เท้าหรือเข่า แรก ๆ นักมวยก็ต่อย ๆ กันดีอยู่ แล้วเราก็เริ่มมีอาการ zoom in เหมือน close up เข้าไปยืนดูอยู่ในเวที…. กร๊าก เริ่มใกล้ชิดละฮ่ะ ทีนี้ก็ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นักมวยมุมน้ำเงินเดินไปที่มุมของตัวเอง แล้วชักปืนออกมาเล็งขู่คู่ต่อสู้ O_o?!? (นวมมันหายไปไหนวะะะะะะ) แล้วคู่ต่อสู้ก็ประมาณว่าเออกูยอมแพ้มึง…. แต่แล้วเราซึ่งเป็นคนดู (อยู่ส่วนไหนของเวทีก็ไม่รู้ เอิ๊ก) ก็โวยวายขึ้นในใจว่า ทำไมเป็นงี้ ยอมไม่ได้ ไม่ยอม เนื้อเรื่องต้องไม่เป็นแบบนี้สิ

ภาพก็เลยแฟลชแบ็ค กลับไปตอนขู่ด้วยปืนอีกรอบ! (ได้ดั่งใจจริงเลยเฟ้ยยยยย ฮ่า ๆ)

ทีนี้ปรากฎว่าฝ่ายที่ถูกขู่ด้วยปืน (ซึ่งดันไม่ใส่เสื้อผ้าแบบนักมวย แต่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว ติดกระดุม =_=;; ทำบ้าอะไรวะ) ดันข่มความกลัว เดินดุ่ม ๆ เข้าหา (คนถือปืนก็ยืนเล็งปืนอยู่งั้นแหละ…. เหมือนเล่นสงครามประสาท วัดใจกัน) พอเข้าไปประชิด ก็ใช้มือ (นวมหายอีกแล้ว แสดดดด) ข้างนึงปัดปืนเบา ๆ แต่ไม่ได้ปัดให้พ้นตัว ดันปัดเข้าหาตัวเอง แล้วพยายามให้ตรงหัวใจที่อกข้างซ้ายด้วย…. (แต่เหมือนจะเล็งอยู่นาน ประมาณว่าไม่แม่นอนาโตมี่ ว่าหัวใจอยู่ตรงไหน กร๊ากกกกกกกกก - ระหว่างนั้นคนถือปืนก็ยืนงง เอ๋อ มองเฉย) แล้วก็บอก (หรือไม่ได้บอก แต่ใช้สายตากับท่าทาง?) ประมาณว่า ยิงสิ!

กรี๊ด ๆ ๆ แม่เจ้า คนนอนฝันเนี่ยกรี๊ดไปถึงดาวพลูโตแล้ว อรั๊ย ซีนมาโซคิสม์แบบนี้ช้อบชอบ 555

ตอนนั้นรู้สึกลุ้นไปกับคนจะถูกยิงด้วย ว่าอีกฝ่ายมันจะลั่นไกจริงมั้ย แบบว่าหวาดเสียว ใจเต้นโครมคราม แล้วก็กัดฟันรอ

แล้วภาพก็โคลสอัพไปที่นิ้วตรงไกปืน…. นิ้วเริ่มขยับครับท่านผู้ชม บีบไกปืนทีละนิด ๆ อย่างสโลว์โมชั่น  อ๊ากกกก ผู้ชมทางบ้าน(ตูเอง)จะขาดใจแล้ว อย่าให้ลุ้นนานนักได้ม้ายยยยย แล้วพอเหนี่ยวไกสุด ก็มีเสียงดังแชะ..!!!

อารมณ์ตอนนั้นมันประมาณว่า เฮ้ย ปืนไม่มีลูกเหรอ ไม่มั้ง เค้าเอาลูกกระสุนนัดแรกออกเพื่อความปลอดภัยเฉย ๆ มั้ง!? แต่ตาบ้านั่นก็เหนี่ยวไกต่อ แชะ แชะ แชะ แชะ!! แล้วก็ แชะ!!! ครบ 6 นัด หมดโม่ (เออ ปืนโบราณหน่อยนะ ลูกโม่ ไม่ใช่ออโตเมติค 555) อารมณ์ตอนนั้นประมาณเข่าอ่อน…. แล้วพอเราคิดว่าเข่าอ่อนปุ๊บ คนที่ยืนแอ่นให้เขายิงอยู่ก็เข่าอ่อนลงไปนั่งด้วยเหมือนกัน เหอ ๆ ก็พี่แกเล่นกลั้นใจลุ้นนานจนเหงื่อแตกเต็มหน้าเลย เอิ๊ก ๆ

แล้วเจ้าของปืนก็พูดประมาณว่า “แกคิดเหรอว่าฉันจะบ้าขนาดนั้น ใครมันจะไปยิงจริง ๆ วะ”  (หรือที่จริงในใจมันอาจจะคิดว่า “ชั้นฆ่าแกไม่ได้ ชั้นยิงแกไม่ลงหรอก!!!” กรี๊ด ๆ ๆ ๆ)

ซึ่งบรรยากาศระหว่างสองคนนั้นมันให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนเก่าที่บาดหมางกันมากกว่านักกีฬาคู่แข่งธรรมดา ๆ เอิ๊ก ๆ ๆ

แอบวายได้อีก เพราะส่งสายตาให้กันเครียดมาก ตึงเปรี๊ยะ ๆ ๆ

วุ้ย….

ฝันเพ้อเจ้อ (แล้วยังจิ้นได้อีก ยิ่งเพ้อเจ้อหนักกว่าในฝัน)

แต่เสียดาย มันฝัน(โคตร)มั่วไปหน่อย(ไม่หน่อยเว้ย!!!) เอาไปรีไซเคิลทำพล็อตนิยายอะไรไม่ได้ ฮือ ๆ ๆ

« Previous Entries